July 20, 2019 news 0

การเติมลมยาง รถรับจ้าง อย่างถูกวิธีนั้นทำยังไง โดยปกติลมยางที่ใช้เติมยางรถยนต์ ก็คือ อากาศที่มีอยู่ทั่วๆ ไป ซึ่งมีส่วนผสมของก๊าซต่างๆ มากมายโดยเฉพาะก๊าซออกซิเจน และ ไอน้ำปะปนอยู่

เมื่อขับรถด้วยความเร็วสูงเป็นระยะทางไกลๆ ยางรถยนต์จะเกิดความร้อนสะสมภายในยางสูงทำให้อากาศภายในยาง ขยายตัว ส่งผลให้ความดันลมยางเปลี่ยนแปลงสูงขึ้น ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ยางเกิดการระเบิดได้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ ลมยางอ่อนกว่ามาตรฐาน ก็จะเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ยางร้อนได้ง่าย ดังนั้น ในการขับขี่ทางไกล จึงควรเพิ่มความดันลมยางประมาณ 3-5 ปอนด์/ตารางนิ้วในทุกๆ ตำแหน่งล้อเพื่อช่วยลดการบิดตัวของยาง ทำให้เกิดความร้อนในยางน้อยลง ในขณะขับขี่หากแต่ในกรณีที่ต้อง ขับขี่ในสภาพถนนที่ขรุขระมากๆ มีก้อนหิน ลูกรัง การลดความดันลมยางลงเล็กน้อย (ในขณะที่ยางยังเย็นอยู่) จะทำให้ขับขี่ได้นุ่มนวล ขึ้น และลดการกระแทกจากพื้นผิวถนนที่ขรุขระได้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อกลับมาวิ่งบนถนนเรียบทั่วไปก็ควรเติมลมยางให้ได้ มาตรฐานดังเดิม

นอกจากนี้ เมื่อมีการเติมลมยางจะมีไอน้ำปะปนและลอยตัวอยู่กับอากาศภายในยางรถยนต์เมื่อมีการใช้งานไอน้ำในลมยางจะระเหยไป บางส่วนจากความร้อนที่เกิดขึ้นจากการบิดตัวของยาง เมื่อเราจอดรถความดันลมยางจะค่อยๆ ปรับลดลงมาสู่ระดับเดิม และลมภายใน ยางจะเย็นตัวลงไอน้ำที่ปะปนอยู่ในอากาศก็จะกลั่นตัวกลายเป็นหยดน้ำอยู่ภายในยางรถยนต์ อาจทำให้กระทะล้อเกิดสนิมได้ซึ่งการ เปลี่ยนกระทะล้อเป็นล้ออัลลอยก็เป็นอีกวิธีที่สามารถป้องกันการเกิดสนิมได้เป็นอย่างดี

ลมยางทำหน้าที่อะไร

ลมยางรถยนต์นั้นมีประโยชน์มากมายถ้าหากใช้อย่างถูกต้อง ทั้งช่วยประหยัดน้ำมันช่วยรับน้ำหนักบรรทุกของรถคุณ อีกทั้งยังช่วยให้ ประสิทธิภาพในการขับขี่ดีอีกด้วย จึงเป็นการช่วยลดอุบัติเหตุให้น้อยลงการเติมลมยางน้อยกว่าความเหมาะสมนั้น มีผลทำให้อายุยาง ลดลงบริเวณไหล่ยางจะสึกหรอเร็วกว่าส่วนอื่น เกิดความร้อนสูงบริเวณไหล่ยางทำให้เนื้อยางไหม้ และโครงสร้างยางแยกตัวออกจาก กันส่งผลให้ยางบวมล่อนและระเบิด นอกจากนั้น อาจทำให้โครงยางบริเวณแก้มยางฉีกขาด หรือหักได้ รวมไปถึงการสิ้นเปลืองน้ำมัน อีกด้วย

ส่วนการเติมลมยางที่มากเกินไปนั้น ก็ไม่เป็นผลดีเช่นกัน เพราะอาจทำให้เกิดการลื่นไถลได้ง่ายเนื่องจากพื้นที่การยึดเกาะถนนลดลง โครงยางระเบิดได้ง่ายเมื่อได้รับแรงกระแทก หรือถูกตำเนื่องจากโครงยางเบ่งตัวเต็มที่เกิดการยืดหยุ่นตัวได้น้อยอายุยางก็จะลดน้อยลง เนื่องจากดอกยางจะสึกบริเวณ ตอนกลางมากกว่าส่วนอื่นและทำให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ลดลง ดังนั้น เราจึงควรหันมาใส่ใจ และให้ ความสำคัญกับลมยางให้มากขึ้น โดยสามารถสอบถามข้อมูลและข้อแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับลมยางได้จากบริษัทผู้ผลิตยางนั้นๆ

เช็คลมยางไม่ใช่เรื่องยาก

โดยปกติแล้ว ลมยางจะลดลงโดยตัวเองประมาณ 2 ถึง 3 ปอนด์ต่อตารางนิ้วต่อเดือน ดังนั้น เราจึงควรเช็คลมยาง เป็นประจำอย่างน้อยเดือนละครั้ง เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ และยังช่วยประหยัดน้ำมันอีกด้วย ซึ่งมีวิธีง่ายๆ ดังนี้

เริ่มจากเช็คลมยางขณะที่ยางยังเย็นอยู่ โดยใช้เกจ์วัดลมวัดที่วาล์วและตรวจสอบค่าความดันลมยาง จากนั้นใช้น้ำสบู่ ตรวจสอบรอยรั่วซึม เช็ควาล์วดูว่ามีความเสียหายหรือมีรอยรั่วหรือไม่ และปิดจุกวาล์วเมื่อวัดเสร็จแล้ว สุดท้าย อย่าลืมเช็คลมยางอะไหล่ด้วย เมื่อถึงคราวจำเป็นจะได้ใช้งานได้

การเติมลมยางที่ถูกต้องนั้นทำได้อย่างไร

ลมยางจัดว่าเป็นหัวใจสำคัญของยางรถยนต์ เพราะถ้าไม่มีลมยาง ยางรถยนต์ก็ไม่สามารถใช้งานได้ ซึ่งการเติมลมยาง และวิธีการดูแลลมยาง มีดังนี้

1. ตรวจเช็คลมยางเป็นประจำและปรับแต่งให้ถูกต้องตามคำแนะนำในคู่มือประจำรถอย่างน้อยเดือนละครั้ง ในขณะที่ยางยังเย็นอยู่

2. ถ้าเป็นยางใหม่ ในช่วง 3,000 กิโลเมตรแรกควรเพิ่มความถี่ในการตรวจเช็คลมยางให้มากกว่าปกติ เพราะโครงยางใหม่ จะมีการขยายตัวเพื่อปรับสภาพ ทำให้ความดันลมยางลดลงจากปกติได้
3. ห้ามปล่อยลมยางออกเมื่อความดันลมยางสูงขึ้นเนื่องจากความร้อนจากการใช้งาน เพราะเมื่อยางเย็นตัวลง ความดันลมยาง ก็จะกลับสู่สภาวะปกติเอง
4. ควรเปลี่ยนวาล์วและแกนวาล์วทุกครั้งที่เปลี่ยนยางใหม่ เพื่อป้องกันลมรั่วซึมที่วาล์ว
5. ตรวจเช็คและเติมลมยางอะไหล่ทุกๆ เดือน
6. ในกรณีขับรถด้วยความเร็วสูง ให้เติมลมยางให้มากกว่าปกติ 3 ถึง 5 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว เพื่อลดการบิดตัวของโครงยาง

จะเห็นได้ว่าวิธีทั้งหมดนี้เป็นวิธีง่ายๆ และไม่เสียเวลามากนัก ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยและใช้ยางได้อย่างคุ้มค่า โปรดอย่ามองข้ามสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้